ทราบหรือไม่ว่าประเทศไทยเคยมีการออกกฎหมายมาแล้วกี่ฉบับ?

25 พฤศจิกายน 2566 | Data Stories

เขมภัทร ทฤษฎิคุณ

กฎหมายเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกครองภายในรัฐ โดยทำหน้าที่กำหนดระเบียบแบบแผนความประพฤติของคนในสังคม ขณะเดียวกันกฎหมายก็เป็นผลผลิตที่เกิดขึ้นจากสังคมเช่นกัน กฎหมายจึงกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการปกครอง

อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมากฎหมายมีทั้งการประกาศใช้และยกเลิกตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในสังคม ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ เมื่อกฎหมายนั้นไม่ถูกยกเลิกก็ย่อมมีผลอยู่ตลอดเวลา ดังเช่นภาษิตที่ว่ากฎหมายอาจหลับเป็นบางครั้งแต่ไม่เคยตาย ซึ่งมีกฎหมายอยู่จำนวนมากที่ไม่ได้มีการระบุสถานะชัดเจนว่าถูกยกเลิกไปแล้วหรือไม่ ความไม่ชัดเจนว่ากฎหมายฉบับใดยังมีผลหรือถูกยกเลิกไปนี้ทำให้สิทธิของประชาชนมีความไม่แน่นอนว่า จะถูกนำกฎหมายดังกล่าวมาใช้เมื่อใด

คำถามเริ่มต้นสำหรับเรื่องนี้คือ ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการออกกฎหมายมานี้มีจำนวนมาแล้วกี่ฉบับ โดยคำถามนี้ได้นำไปสู่ความพยายามในการทำ Law Index Dashboard เพื่อทำการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการออกกฎหมายไทยที่ผ่านมาเรียงตามช่วงเวลา หัวข้อ และประเภทของกฎหมาย

ในบทความนี้จึงเป็นการนำข้อมูลที่ได้มาจาก Dashboard กฎหมายภายใต้ “โครงการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลการประกาศใช้กฎหมาย” มานำเสนอ

จำนวนกฎหมายที่เคยประกาศใช้ในประเทศไทย

จากการสำรวจของ E-Public Law Project พบว่าปัจจุบันประเทศไทยมีการออกกฎหมายมาแล้วทั้งสิ้น 5,631 ฉบับ โดยไม่นับรวมประกาศ/คำสั่งคณะปฏิวัติ และกฎหมายลำดับรอง โดยนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2402 ซึ่งเป็นปีที่มีการตั้งสมมติฐานว่า รัฐไทยได้เปลี่ยนแปลงแนวคิดในการออกกฎหมายเพื่อตอบสนองต่อการเกิดรัฐสมัยใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ในการปกครองมากขึ้น

จำนวนกฎหมายเหล่านี้ประกอบไปด้วยรัฐธรรมนูญจำนวน 43 ฉบับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ 33 ฉบับ พระราชบัญญัติ 5,231 ฉบับ พระราชกำหนด 293 ฉบับ ประมวลกฎหมาย 8 ฉบับ พระธรรมนูญศาล 4 ฉบับ และกฎหมายอื่นๆ ที่มีสถานะเทียบเท่าพระราชบัญญัติ อาทิ พระบรมราชโองการ 12 ฉบับ และกฎมณเฑียรบาล 7 ฉบับ

ในส่วนของเรื่องที่รัฐไทยมีการออกกฎหมายมานับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2402 – 2566 ได้แก่ เวนคืนและโอนทรัพย์สินเป็นของรัฐ ภาษีอากรและค่าธรรมเนียม ศาลและกระบวนการยุติธรรม ระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน และควบคุมการประกอบอาชีพ

นอกจากกฎหมายทั้ง 5 เรื่องข้างต้นแล้วในเรื่องอื่นๆ อาทิ มหาวิทยาลัย วิชาชีพ การจำหน่ายสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ธนาคารและสถาบันการเงิน

จำนวนการออกกฎหมายเพิ่มขึ้นทุกปี

เมื่อย้อนกลับไปพิจารณาสถิติการออกกฎหมายจะเห็นได้ว่า จำนวนการออกกฎหมายไทยเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2402 ถึง 2566 โดยปัจจัยที่ทำให้กฎหมายเพิ่มขึ้นนั้นอาจจะมีมาจาก 2 สาเหตุคือ การเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับการออกกฎหมายจากเดิมที่ต้องอ้างอิงความชอบธรรมจากคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ โดยต้องอ้างอิงมูลคดีพิพาทตามคัมภีร์มาสู่การออกกฎหมายเพื่อรับใช้ระบอบการปกครอง และความจำเป็นต้องมีการออกกฎหมายให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม การเมือง และเศรษฐกิจ

 หากแบ่งช่วงเวลาของการออกกฎหมายตามช่วงสถานการณ์การเมืองไทยอาจจะแบ่งได้เป็น 4 ช่วงได้แก่

    • ช่วงการปกครองระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ (พ.ศ. 2402 ถึง 2475)
    • ช่วงภายหลังการอภิวัฒน์สยาม (พ.ศ. 2475 ถึง 2489)
    • ช่วงการเมืองไทยยุคสมัยประหาร (พ.ศ. 2490 ถึง 2540)
    • ช่วงการเมืองไทยสืบเนื่องสถานการณ์ปัจจุบัน (พ.ศ. 2540 จนถึงปัจจุบัน)

ช่วงเวลาทั้ง 4 สะท้อนจำนวนการออกกฎหมายมากน้อยแตกต่างกัน จุดสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับการออกกฎหมายในช่วงเวลาดังกล่าวคือ ในช่วงภายหลังการอภิวัฒน์สยาม ซึ่งเป็นช่วงสำคัญที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง การออกกฎหมายมีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง

ดังจะเห็นได้ว่าบทบาทของคณะราษฎรในช่วงภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในระยะเวลาแรกๆ ได้มีการยกเลิกกฎหมายที่คณะราษฎรมองว่าเป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนและสร้างความเป็นธรรม อาทิ การเก็บภาษีซ้ำซ้อน และการแก้ไขปัญหาของเกษตรกรที่มีความยากลำบาก อาทิ การออกกฎหมายห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราและการห้ามยึดทรัพย์สินเกษตรกร

อีกประการหนึ่งที่เห็นได้จากข้อมูลชุดนี้ก็คือ การออกกฎหมายไม่ได้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเสมอไปในช่วงรัฐประหาร หลายครั้งมีการกล่าวว่าสภานิติบัญญัติที่ตั้งโดยคณะรัฐประหารเป็นสภาตรายาง แต่เมื่อพิจารณาช่วงปี พ.ศ. 2490 ถึง 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่มีการรัฐประหารติดต่อกัน 9 ครั้ง จะเห็นได้ว่าในช่วงที่มีการรัฐประหารนี้ไม่ได้มีการออกกฎหมายมากเสมอไป

    • ปี พ.ศ. 2490 ซึ่งเป็นช่วงการรัฐประหารโดยจอมพลผิณ ชุณหะวัณ มีการออกกฎหมายเพียง 52 ฉบับ และหลังจากนั้นจนถึงช่วงปี พ.ศ. 2493 มีการออกกฎหมายเพียง 120 ฉบับ
    • ปี พ.ศ. 2494 จอมพล ป. พิบูลสงครามได้ทำการรัฐประการตัวเอง จนถึงช่วงปี พ.ศ. 2500 ที่จอมพลสฤษดิ์ จะทำการรัฐประหารมีการออกกฎหมายเพียง 357 ฉบับ
    • ปี พ.ศ. 2500 และ 2501 ภายหลังจากจอมพลสฤษดิ์ทำการรัฐประหารจอมพล ป. และให้จอมพลถนอม เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และกลับมารัฐประหารจอมพลถนอม และเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปีถัดไปจนถึงช่วงปี พ.ศ. 2514 นั้นที่จอมพลถนอมมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อจากจอมพลสฤษดิ์ที่ถึงแก่อนิจกรรมมีการออกกฎหมายเพียงแค่ 708 ฉบับเท่านั้น
    • ปี พ.ศ. 2519 และ 2520 พลเรือเอกสงัด ชลออยู่ ได้ทำการรัฐประหาร 2 ครั้งในเวลาใกล้ๆ กัน ช่วงเวลาดังกล่าวมีการออกกฎหมายเพียง 288 ฉบับ
    • ปี พ.ศ. 2534 คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ หรือ รสช. ได้ทำการรัฐประหารมีการออกกฎหมายเพียง 137 ฉบับ

สาเหตุที่การออกกฎหมายไม่ได้มีจำนวนมากในช่วงรัฐประหาร สาเหตุประการหนึ่งอาจจะเป็นเพราะในการรัฐประหารผู้นำรัฐประหารที่เข้ามามีอำนาจปกครองประเทศในเวลานั้นมีทางเลือกในการนำกฎเกณฑ์อื่นมาใช้แทนกฎหมายได้ เช่น คำสั่งคณะปฏิวัติ อีกประการหนึ่งคือ อายุของสภานิติบัญญัติ ซึ่งเป็นสภาพิเศษที่ตั้งขึ้นในช่วงรัฐประหารมีอายุค่อนข้างสั้นเพียง 1 – 2 ปี อาทิ สภานิติบัญญัติที่ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2515 หลังการรัฐประหารของจอมพลถอนมีอายุ 1 ปีเท่านั้น (16 ธันวาคม 2515 – 16 ธันวาคม 2516) หรือสภานิติบัญญัติที่ตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2520 ภายหลังการรัฐประหารของพลเรือเอกสงัด ชะลออยู่ มีอายุประมาณ 2 ปี (15 พฤศจิกายน 2520 – 21 เมษายน 2522)

รูปแบบการทำงานแบบสภาตรายางเพิ่งจะปรากฏภาพในการรัฐประหาร 2 ครั้งหลังคือ การรัฐประหาร พ.ศ. 2549 โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่นำโดยพลเอกสนธิ บุญยรัตกลิน และรัฐประหารปี พ.ศ. 2550 โดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นำโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สภานิติบัญญัติชุดแรกอาจจะไม่ได้มีเวลาในการดำรงตำแหน่งมากกว่าสภาที่ผ่านๆ มา (11 ตุลาคม พ.ศ. 2549 – 28 มกราคม พ.ศ. 2551) แต่ปรากฏว่าในระยะเวลาที่ใช้ในการออกกฎหมายของสภาชุดนี้ในแต่ละฉบับค่อนข้างน้อย โดยพบว่าใน 3 วันสุดท้ายก่อนสิ้นสภานิติบัญญัติพบว่ามีการออกกฎหมาย 70 ฉบับในวันเดียว ในขณะที่สภานิติบัญญัติที่จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 มีระยะเวลาการทำงาน (31 กรกฎาคม 2557 – 21 พฤษภาคม 2562) โดยมีระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานที่สุด

ในแต่ละยุครัฐบาลให้ความสำคัญกับกฎหมายเรื่องใดบ้าง

รัฐบาลในแต่ละช่วงอาจจะมีการให้ความสำคัญกับการออกกฎหมายไม่เหมือนกัน ดังกล่าวมาแล้วข้างต้นว่าการออกกฎหมายนั้นมีส่วนสะท้อนบริบทของสังคมและความต้องการของชนชั้นนำในเวลานั้น ดังจะเห็นได้ว่าในช่วงก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองรัฐบาลสมบูรณาญาสิทธิราชย์ได้มีการออกกฎหมายมาประมาณ 525 ฉบับ โดยกฎหมายเรื่องที่สำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่

    • ภาษีอากรและค่าธรรมเนียม จำนวน 78 ฉบับ
    • เครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญตรา จำนวน 41 ฉบับ
    • ศาลและกระบวนการยุติธรรม จำนวน 40 ฉบับ
    • เครื่องแบบและชุดครุย จำนวน 33 ฉบับ
    • ระเบียบบริหาราชการแผ่นดิน จำนวน 29 ฉบับ

นอกเหนือจากกฎหมายทั้ง 5 เรื่องข้างต้นแล้ว กฎหมายเรื่องอื่นๆ ที่รัฐบาลมีการออกมาใช้บังคับ เช่น การควบคุมการประกอบอาชีพ งบประมาณ การเงิน และข้าราชการและกองทัพ

เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง นัยในเรื่องของการออกกฎหมายมีส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปแม้ว่าในภาพรวมเรื่องสำคัญๆ ที่มีการออกกฎหมายยังอยู่ในอับดับต้นๆ เหมือนเดิม อาทิ ภาษีอากรและค่าธรรมเนียม ศาลและกระบวนการยุติธรรม และระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งเป็นเรื่องที่มีการออกกฎหมายมากทั้งในช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครองและหลังเปลี่ยนแปลงการปกครองใน 5 อันดับแรก

แต่ก็มีกฎหมายบางเรื่องที่เปลี่ยนแปลงไป ดังจะเห็นได้ว่า การออกกฎหมายบางเรื่องมีความสำคัญมากขึ้น อาทิ เวนคืนและโอนทรัพย์สินเป็นของรัฐมีจำนวนมากที่สุด ซึ่งสะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่เปลี่ยนแปลงไป โดยก่อนหน้าแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องกรรมสิทธิ์โดยเฉพาะสิทธิในที่ดินเชื่อมโยงอยู่กับสถานะของกษัตริย์ที่เป็นเจ้าของที่ดินทั้งมวลในประเทศนี้ การนำที่ดินไปใช้ประโยชน์หรือการจัดการกับที่ดินจึงสามารถกระทำอย่างไรก็ได้ รวมถึงการไม่ต้องออกกฎหมายมาเพื่อเวนคืน

ตารางแสดงจำนวนสัดส่วนกฎหมายที่มีการประกาศใช้ในประเทศไทยภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง

ลำดับ เรื่อง จำนวน (ฉบับ) %
1. เวนคืนและโอนทรัพย์สินฯ 745 14.6
2. ภาษีอากรและค่าธรรมเนียม 435 8.5
3. ศาลและกระบวนการยุติธรรม 334 6.5
4. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน 324 6.3
5. ควบคุมการประกอบอาชีพ 286 5.6
6. ขนส่งและคมนาคม 165 3.2
7. งบประมาณ 160 3.1
8. มหาวิทยาลัย 147 2.9
9. การกระทำความผิดอาญา 146 2.8
10. อื่นๆ (อาทิ ศาสนา ผังเมือง) 2,365 46.3
รวม 5,106

หมายเหตุ พ.ศ. 2402 เป็นปีที่ตั้งสมมติฐานว่า กฎหมายไทยเปลี่ยนแปลงการออกกฎหมายแบบจารีตในการอ้างอิงความชอบธรรมในการออกกฎหมายจากคัมภีร์พระธรรมศาสตร์ (อ้างอิงมูลคดีในคัมภีร์) มาเป็นการออกกฎหมายเพื่อรับรองบทบาทของการปกครอง


ทดลองใช้งาน Law Index Dashboard ได้ที่: https://epubliclaw.com/data-stories/law-index-dashboard/

Infographic

หมายเหตุ

บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของการได้รับทุนสนับสนุนจากกองทุนก้าวหน้า (Progressive Fund) ของมูลนิธิคณะก้าวหน้า โดย Common School กับ E-Public Law Project ใน “โครงการศึกษาและจัดทำฐานข้อมูลการประกาศใช้กฎหมาย”

เรื่อง: เขมภัทร ทฤษฎิคุณ
นักวิจัยอาวุโสประจำฝ่ายกฎหมายเพื่อการพัฒนาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เขมภัทรมีความสนใจความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับเศรษฐศาสตร์สังคม และการเมือง

ภาพประกอบ: กองบรรณาธิการ

RELATED POSTS

Summaries – รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

Summaries – รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

สรุปโดย: พรพิมล เทพพิทักษ์สรุปโดย: พรพิมล เทพพิทักษ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งพร้อมทั้งได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาสู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของประเทศไทย...

Review – กฎหมายสมัยอยุธยา

Review – กฎหมายสมัยอยุธยา

หนังสือ “กฎหมายสมัยอยุธยา” เป็นนำบทปาฐกถา เรื่องกฎหมาสมัยอยุธยา ของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ที่ได้แสดงไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2510 โดยปาฐกถานี้ของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ในเชิงประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศไทย โดยเน้นไปที่กฎหมายของอาณาจักรอยุธยา ซึ่งหลายครั้งถูกอ้างว่าเป็นต้นแบบของกฎหมายไทยในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น

Opinion – ประโยชน์และความท้าทายในการใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย

Opinion – ประโยชน์และความท้าทายในการใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการทำให้มั่นใจว่าสิทธิความเป็นส่วนตัวจะได้รับความคุ้มครอง
ในขณะเดียวกันข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นธรรมเพื่อการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของประเทศไทยประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 แต่เพิ่งมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 บทความนี้ได้นำเสนอถึงประโยชน์และความท้าทายที่ประเทศไทยเผชิญในสถานการณ์ที่กฎหมายเริ่มต้นใช้บังคับ

เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์บนเว็บไซต์ที่ดีที่สุด และเพื่อจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาบริการของเรา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ View more
ยอมรับ
ปฏิเสธ

Pin It on Pinterest

Share This

Discover more from E-publiclaw

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading