minute read

Review – กฎหมายสมัยอยุธยา

17 สิงหาคม 2566 | Book Review, Focus

เขมภัทร ทฤษฎิคุณ

หนังสือ “กฎหมายสมัยอยุธยา” เป็นนำบทปาฐกถา เรื่องกฎหมาสมัยอยุธยา ของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ที่ได้แสดงไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2510 โดยปาฐกถานี้ของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ในเชิงประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศไทย โดยเน้นไปที่กฎหมายของอาณาจักรอยุธยา ซึ่งหลายครั้งถูกอ้างว่าเป็นต้นแบบของกฎหมายไทยในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น

ในหนังสือเล่มนี้ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช เริ่มต้นด้วยการอธิบายความหมายของกฎหมายในบริบทของอาณาจักรอยุธยา ซึ่งในเวลานั้นไม่มีคำที่ใช้เรียกกฎเกณฑ์ที่กำหนดแบบแผนความประพฤติของคนในสังคมที่มีกระบวนการบังคับอย่างเป็นกิจลักษณะ (สมยศ เชื้อไทย, 2564, น.70) หรือที่เรียกรวม ๆ ว่ากฎหมายแบบในปัจจุบัน แต่คำว่า “กฎหมาย” ถูกใช้เป็นศัพท์ที่เรียกแทนบันทึกคำฟ้องในคดีความเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในขณะที่คำที่ใช้เรียกตัวบทบัญญัติกฎหมายจะถูกเรียกว่า พระอัยการ พระราชบัญญัติ พระราชกำหนด พระธรรมนูญ หรือพระราชกฤษฎีกา (เสนีย์ ปราโมช, 2559, น.21-22) ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้ผู้ศึกษากฎหมายได้เห็นพัฒนาการของคำที่มีความแตกต่างกันด้วยบริบทของเวลา

หลังจากการอธิบายความหมายของกฎหมายแล้ว หนังสือได้นำเสนอที่มาของประวัติศาสตร์กฎหมายตราสามดวง แม้ว่าในบทที่ 2 ของหนังสือจะใช้ชื่อบทว่า ที่มาของกฎหมายกรุงเก่า ซึ่งควรจะอธิบายถึงที่มากฎหมายของราชอาณาจักรอยุธยามากกว่า อย่างไรก็ดี ในหนังสือ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้อธิบายว่า กฎหมายตราสามดวงหรือประมวลกฎหมายรัชกาลที่ 1 ที่มีการชำระสะสางและรวบรวมกฎหมายของราชอาณาจักรกรุงศรีอยุธยาขึ้นมา มีมูลเหตุในการชำระกฎหมายเพราะความฟั่นเฟือนจากความโลภของบุคคล จึงทำให้เกิดการชำระกฎหมายเก่าและรวมเป็นกฎหมายตราสามดวง ซึ่งคำอธิบายในลักษณะดังกล่าวตกทอดมาสู่นักกฎหมายในยุคต่อ ๆ มา  อย่างไรก็ดี มีข้อสังเกตของนักประวัติศาสตร์กฎหมายบางคน อาทิ จรัญ โฆษณานันท์ ซึ่งมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันกับ โรเบิร์ต แลงกาต์ (Robert Lingat) ว่าการชำระกฎหมายนั้นอาจจะเป็นไปเพื่อให้กฎหมายมีความสอดคล้องกับบริบทของสังคมในเวลานั้นมากกว่า (2536, น.293-295)

นอกจากนี้ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ยังได้อธิบายเพิ่มเติมต่อไปเกี่ยวกับกฎหมายในอาณาจักรอยุธยาในบทที่ 3 กฎหมายกรุงเก่าตามลำดับรัชกาลว่า ในราชอาณาจักรอยุธยามีการตรากฎหมายสารบัญญัติไว้เป็นจำนวนมาก โดยรวมแล้วประมาณ 1,603 บท ซึ่งมีจำนวนบทพอ ๆ กับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ แต่กฎหมายเหล่านี้มิได้มีการรวบรวมเป็นรูปแบบประมวลกฎหมาย ซึ่งกฎหมายเหล่านี้เกิดจากการใช้อำนาจของกษัตริย์อยุธยาในแต่ละยุคตราเพิ่มขึ้น (เสนีย์ ปราโมช, 2559, น.27-29)

ในส่วนของเนื้อหาที่ต่อมาของหนังสือ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้มุ่งเน้นการอธิบายเนื้อหาของกฎหมายเก่าของอาณาจักรอยุธยา ซึ่งแบ่งในปาฐกถานี้ได้มีการแบ่งกฎหมายออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ (1) กฎหมายสารบัญญัติ อาทิ มูลละเมิด กฎหมายลักษณะบุคคล ลักษณะทาส ลักษณะหนี้และเอกเทศสัญญา กฎหมายลักษณะทรัพย์ กฎหมายลักษณะครอครัวผัวเมีย กฎหมายลักษณะมรดก (2) กฎหมายวิธีสบัญญัติ อาทิ พระธรรมนูญ กฎหมายลักษณะรับฟ้อง กฎหมายลักษณะพยาน กฎหมายลักษณะพิสูจน์ดำน้ำลุยเพลิง กฎหมายลักษณะตระลาการ พระอัยการลักษณะอุทธรณ์ และ (3) กฎหมายปกครอง อาทิ พระอัยการตำแหน่งนาพลเรือนทหารหัวเมือง พระอัยการบานแผนก กฎหมายอาญาหลวง อาญาราษฎร์ พระอัยการกบฏศึก และกฎมณเฑียรบาล

อย่างไรก็ดี พึงสังเกตว่า การอธิบายกฎหมายทั้ง 3 ประเภทของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช นี้มีลักษณะเป็นการอธิบายโดยใช้ภาพของกฎหมายในยุคปัจจุบันมาเพื่ออธิบายบริบทของกฎหมายอดีต เพราะหากพิจารณาบทบัญญัติในกฎหมายตราสามดวงแล้วจะเห็นได้ว่า กฎหมายของสยามไม่ได้มีลักษณะที่จะแบ่งแยกได้อย่างชัดเจนเป็นกฎหมายสารบัญญัติและกฎหมายวิธีสบัญญัติอย่างชัดเจน รวมถึงกฎหมายในอดีตไม่ได้มีลักษณะที่แบ่งอย่างชัดเจนเป็นกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื่องจากกฎหมายสยามพัฒนาขึ้นมาจากการนำมูลวิวาทมาตราเป็นกฎหมาย ประกอบกับการใช้หลักธรรมในคัมภีร์มานวธรรมศาสตร์มาเป็นต้นแบบในการตรากฎหมาย ยิ่งไปกว่านั้นการอธิบายกฎหมายในส่วนของกฎหมายปกครองยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่สอดคล้องกับบริบทของกฎหมายโบราณ เพราะกฎหมายโบราณในยุคจารีตนั้นย่อมเป็นเรื่องความสัมพันธ์ในเชิงบังคับกับผู้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมาย ซึ่งอาจจะไม่สอดคล้องกับแนวคิดของกฎหมายปกครองปัจจุบันที่รับแนวคิดมาจากตะวันตก ดังที่ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ อธิบายว่า กฎหมายปกครองเป็นกฎหมายที่กำหนดสถานะและความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายปกครองของรัฐต่อกันและประชาชน (ชาญชัย แสวงศักดิ์, 2556, น.16)

ทั้งนี้ คุณค่าสำคัญของหนังสือ “กฎหมายสมัยอยุธยา” คือ การให้แนวทางในการอธิบายเกี่ยวกับกฎหมายสมัยอยุธยาที่เป็นต้นแบบของกฎหมายที่ใช้ในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ซึ่งช่วยให้เห็นบริบทของกฎหมายเหล่านี้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น และน่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ต้องศึกษาประวัติศาสตร์กฎหมายไทย

รายการอ้างอิง 

จรัญ โฆษณานันท์. (2536). ปรัชญากฎหมายไทย. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ชาญชัย แสวงศักดิ์. (2556). กฎหมายปกครอง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

สมยศ เชื้อไทย. (2564). คำอธิบายวิชากฎหมายแพ่ง: หลักทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 28. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

เสนีย์ ปราโมช, หม่อมราชวงศ์. (2559). กฎหมายสมัยอยุธยา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: วิญญูชน.

เรื่อง: เขมภัทร ทฤษฎิคุณ
นักวิจัยอาวุโสประจำฝ่ายกฎหมายเพื่อการพัฒนาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เขมภัทรมีความสนใจความสัมพันธ์ระหว่างกฎหมายกับเศรษฐศาสตร์สังคม และการเมือง

ภาพประกอบ: กองบรรณาธิการ

RELATED POSTS

Summaries – รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

Summaries – รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย

สรุปโดย: พรพิมล เทพพิทักษ์สรุปโดย: พรพิมล เทพพิทักษ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งพร้อมทั้งได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาสู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของประเทศไทย...

Opinion – ประโยชน์และความท้าทายในการใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย

Opinion – ประโยชน์และความท้าทายในการใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศไทย

การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ความสำคัญกับการสร้างสมดุลระหว่างการทำให้มั่นใจว่าสิทธิความเป็นส่วนตัวจะได้รับความคุ้มครอง
ในขณะเดียวกันข้อมูลดังกล่าวสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นธรรมเพื่อการสร้างนวัตกรรมและการเติบโตทางเศรษฐกิจ พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ของประเทศไทยประกาศใช้เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2562 แต่เพิ่งมีผลใช้บังคับในวันที่ 1 มิถุนายน 2565 บทความนี้ได้นำเสนอถึงประโยชน์และความท้าทายที่ประเทศไทยเผชิญในสถานการณ์ที่กฎหมายเริ่มต้นใช้บังคับ

Summaries – การศึกษาสังคมวิทยากฎหมายในไทย: ข้ามให้พ้นจากนิติศาสตร์ทางเลือก

Summaries – การศึกษาสังคมวิทยากฎหมายในไทย: ข้ามให้พ้นจากนิติศาสตร์ทางเลือก

คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะนิติศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ได้ร่วมกันจัดงานเสวนาทางวิชาการเรื่อง การศึกษาสังคมวิทยากฎหมายในไทย: ข้ามให้พ้นจากนิติศาสตร์ทางเลือก เพื่อนำเสนอประเด็นความสำคัญของการศึกษาสังคมวิทยาของกฎหมายในประเทศไทยที่ควรจะมีมากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันการศึกษาสังคมวิทยากฎหมายในประเทศไทย โดยเฉพาะในคณะนิติศาสตร์ยังมีอยู่ค่อนข้างจำกัด

เราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์บนเว็บไซต์ที่ดีที่สุด และเพื่อจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาบริการของเรา ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ View more
ยอมรับ
ปฏิเสธ

Pin It on Pinterest

Share This

Discover more from E-publiclaw

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading