ศาลรัฐธรรมมีมติไม่รับคำร้อง กรณีเสนอชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นการโหวตซ้ำ
E-Public Law
วันนี้เวลา 12.40 น. สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้เผยแพร่เอกสารข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญโดยระบุว่า กรณีผู้ตรวจการแผ่นดินส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในกรณีรัฐสภามีมติตีความว่าการเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในรอบที่สอง เป็นญัตติทั่วไป ต้องห้ามนำเสนอญัตติซ้ำอีกตามข้อบังคับการประชุมรัฐสภา พ.ศ.2563 ข้อ 41 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 นั้นศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้ว เห็นว่า รัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46 เป็นบทบัญญัติที่มีเจตนารมณ์ให้ศาลรัฐธรรมนูญคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลจากการกระทำละเมิดโดยใช้อำนาจรัฐ แต่บุคคลที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญต้องเป็นบุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง สำหรับกระบวนการได้มาซึ่งนายกรัฐมนตรีรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 159 วรรคหนึ่ง ให้รัฐสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบเฉพาะจากบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอและเป็นผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 เท่านั้น ดังนั้น ผู้มีสิทธิที่จะได้รับการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากรัฐสภาต้องเป็นผู้ที่พรรคการเมืองเสนอตามมาตรา 159 วรรคหนึ่ง อันเป็นสิทธิเฉพาะบุคคลที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ก่อตั้งขึ้นเป็นหลักการใหม่ของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกเหนือจากสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทยที่บัญญัติไว้เป็นการเฉพาะในหมวด 3 เมื่อผู้ร้องเรียนทุกคนไม่ใช่บุคคลที่พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อไว้ว่าจะเสนอรัฐสภาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีทั้งไม่ได้เป็นบุคคลที่พรรคการเมืองเสนอชื่อต่อรัฐสภา ผู้ร้องเรียนทุกคนจึงไม่ใช่บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง ไม่อาจใช้สิทธิยื่นคำร้องเรียนได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 กรณีไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ประกอบมีช่องทางในการยื่นคำร้องที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเป็นการเฉพาะแล้ว ดังนั้นผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ได้
อ่านข่าว “ศาลรัฐธรรมนูญเลื่อนพิจารณาคำร้อง กรณีเสนอชื่อ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” เป็นการโหวตซ้ำ”
อย่างไรก็ดี การพิจารณาไม่รับคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้เป็นการพิจารณาในเนื้อหาของประเด็นพิพาท แต่เป็นการพิจารณาในแง่ของคุณสมบัติผู้มีอำนาจร้องเรียน ซึ่งทำให้คำร้องของผู้ตรวจการแผ่นดินสามารถส่งมายังศาลรัฐธรรมนูญได้เท่านั้น ทว่า ในประเด็นนี้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ได้แสดงจุดยืนแล้วว่าจะไม่เสนอคำร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ
สถานการณ์ที่น่าจับตาดูต่อไปก็คือ ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทย แม้ว่าในขณะนี้พรรคเพื่อไทยจะได้พยายามจัดตั้งรัฐบาลโดยการรวมเสียงจากพรรคต่างๆ ในสภาผู้แทนราษฎร แต่ในทางการเมืองยังมีความจำเป็นต้องตกลงกันเรื่องผลประโยชน์และตำแหน่งเก้าอี้รัฐมนตรีในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ จึงทำให้การจัดตั้งรัฐบาลเป็นไปได้ล่าช้า ซึ่งอาจจะเป็นการจัดตั้งรัฐบาลที่ล่าช้าที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย
ผู้สรุป: ทีมงาน E-Public Law
RELATED POSTS
Summaries – รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ชี้ชะตาอนาคตประเทศไทย
สรุปโดย: พรพิมล เทพพิทักษ์สรุปโดย: พรพิมล เทพพิทักษ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้จัดงานฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งพร้อมทั้งได้มีการแสดงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาสู่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนอันดับหนึ่งของประเทศไทย...
ความพ่ายแพ้ของประชาธิปไตย ภายใต้คำตัดสินยุบพรรคก้าวไกล
ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่งจะได้มีคำวินิจฉัยที่สำคัญและสะท้อนต่อความพ่ายแพ้ของประชาธิปไตยในประเทศไทย ผ่านการยุบพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยที่ชนะการเลือกตั้งและได้ที่นั่งมากที่สุดในสภาผู้แทนราษฎรจากการเลือกตั้งปีที่ผ่านมา
Review – กฎหมายสมัยอยุธยา
หนังสือ “กฎหมายสมัยอยุธยา” เป็นนำบทปาฐกถา เรื่องกฎหมาสมัยอยุธยา ของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ที่ได้แสดงไว้ ณ หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพมหานคร เมื่อวันเสาร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2510 โดยปาฐกถานี้ของ ม.ร.ว. เสนีย์ ปราโมช ได้นำเสนอบทวิเคราะห์ในเชิงประวัติศาสตร์กฎหมายของประเทศไทย โดยเน้นไปที่กฎหมายของอาณาจักรอยุธยา ซึ่งหลายครั้งถูกอ้างว่าเป็นต้นแบบของกฎหมายไทยในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น



